วิธี ลดน้ำหนัก แบบ Circadian Intermittent Fasting คุมน้ำหนักตามนาฬิกาชีวิต

วิธี ลดน้ำหนัก แบบ Circadian Intermittent Fasting คุมน้ำหนักตามนาฬิกาชีวิต   Circadian Intermittent Fasting คืออะไร   การทำ IF ในแบบดั้งเดิมนั้นมักไม่ค่อยกำหนดเวลาในการกินและอดอาหารของแต่ละวัน ยกตัวอย่างเช่นสูตร 16/8 คือให้กินอาหารภายใน 8 ชั่วโมงของวัน และอดอาหารให้ได้ 16 ชั่วโมงของวัน แต่ไม่ได้ระบุว่าเวลาที่เท่าไหร่ควรกินหรือควรอดอาหาร แต่การลดน้ำหนักแบบ Circadian Intermittent Fasting ตามนาฬิกาชีวิตนั้นต่างออกไปค่ะ โดยการลดน้ำหนักแบบ Circadian Intermittent...

3 วิธีแก้ภาวะน้ำหนักนิ่ง (Hit the plateau) เพิ่มการเผาผลาญให้ร่างกาย

3 วิธีแก้ภาวะน้ำหนักนิ่ง (Hit the plateau) เพิ่มการเผาผลาญให้ร่างกาย   ภาวะน้ำหนักนิ่ง (Hit the plateau) คืออะไร   ภาวะน้ำหนักนิ่ง (Hit the plateau) นั้นเกิดจากการที่ร่างกายคุ้นชินกับกิจกรรมการลดน้ำหนักแบบเดิม เช่น ควบคุมอาหารเหมือนเดิม จำกัดแคลอรี่เหมือนเดิมและออกกำลังกายเหมือนเดิมค่ะ เมื่อร่างกายคุ้นชินกับกิจกรรมเหล่านี้ก็จะเริ่มเข้าสู่การสงวนพลังงาน เป็นการที่ร่างกายหยุดเผาผลาญพลังงานหรือเผาผลาญให้น้อยที่สุด ทำให้น้ำหนักของเราไม่ลดลง ซึ่งนั่นคือสาเหตุของอาการ น้ำหนักนิ่ง นั่นเองค่ะ   วิธีแก้ภาวะน้ำหนักนิ่ง (Hit the plateau)   การจะแก้ร่างกายที่เข้าสู่ภาวะน้ำหนักนิ่งให้สามารถเผาผลาญพลังงานเพื่อที่จะได้ลดน้ำหนักได้อย่างต่อเนื่อง นั่นก็คือการค่อยๆ เพิ่มการเผาผลาญให้กลับมาทำงานได้ดีเหมือนเดิมค่ะ โดยวิธีการเพิ่มระบบเผาผลาญให้กลับมาทำงานได้ดีเหมือนเดิม สามารถทำได้ด้วยวิธีง่ายๆ...

ทริคสุขภาพดี ด้วยการแบ่งสัดส่วนบนจานอาหาร !

ทริคสุขภาพดี ด้วยการแบ่งสัดส่วนบนจานอาหาร ! การแบ่งสัดส่วนของจานอาหารแต่ละมื้อให้มีปริมาณของสารอาหารที่เหมาะสมถือว่าเป็นเครื่องมือนึงที่จะทำให้เราทราบได้ว่าเราจะรับประทานอะไรในปริมาณเท่าไหร่ การแบ่งสัดส่วนของจานช่วยให้มื้อาหารแต่ละมื้อเกิดความสมดุลของสารอาหารและพลังงานที่เหมาะสม โดยเราสามารถเริ่มจากการแบ่งจานอาหารของเราออกเป็น 3 ส่วนย่อยๆ ดังนี้ 1/2 ส่วน แรก (50%) หรือ ครึ่งนึงของจานแนะนำให้เป็นผักและผลไม้        โดยไม่ต้องกังวลว่าปริมาณจะเป็นเท่าไหร่ เพียงแต่ประมาณให้อยู่ในครึ่งนึงของจานก็พอ หรืออาจแบ่งเป็นผลไม้ครึ่งนึงผักครึ่งนึง หรือจะเป็น ผักมากกว่าก็ได้ ผักที่แนะนำให้มีในมื้ออาหารคือ ผักใบเขียวต่างๆ ผักปรเภทหัว บล็อคโครี่ และ ผลไม้ที่ไม่หวานจัด   1/4 (25%) ต่อมาเป็น...

“ควินัว” กับ 5 ประโยชน์สุดเจ๋ง ที่หาไม่ได้ง่ายๆ ในพืชอื่น

“ควินัว” กับ 5 ประโยชน์สุดเจ๋ง ที่หาไม่ได้ง่ายๆ ในพืชอื่น   ควินัว คืออะไร?   ควินัว คือ ธัญพืชเทียมที่หน้าตาคล้ายพืชตระกูลถั่ว มีถิ่นกำเนิดจากพื้นที่ของชาวอินคา ชนเผ่าพื้นเมืองโบราณแถบอเมริกาใต้ ที่เรียกว่าเป็นธัญพืชเทียม เพราะจริงๆ แล้วควินัวไม่ใช่ธัญพืช แต่เป็นพืชตระกูลเดียวกับหัวบีท ผักโขม ทัมเบิ้ลวีด (tumbleweed) และ Swiss Chard แต่ถึงแม้จะเป็น Pseudocereal หรือธัญพืชเทียม แต่ก็มีประโยชน์มากมายจนได้ชื่อว่าเป็น “ซูเปอร์ฟู้ด” ไปด้วย   ประโยชน์ของควินัว   1. ควินัวมีโปรตีนสูงถึงร้อยละ 12-18 และกรดอะมิโนที่จำเป็นที่สามารถพบได้ในนม ใครที่กำลังกินคลีน...

5 อาหารดีต่อใจ บำรุง “หัวใจ” ให้แข็งแรง

5 อาหารดีต่อใจ บำรุง "หัวใจ" ให้แข็งแรง   โรคหัวใจ สามารถป้องกันได้ เพียงให้ความสำคัญกับการเลือกอาหารการกิน เน้นเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ หมั่นออกำลังกาย รวมถึงระวังไม่ให้เครียดจนเกินไป นอกจากนี้ เรายังสามารถเลือกกิน อาหารบำรุงหัวใจ เพื่อให้หลอดเลือด และหัวใจของเราแข็งแรงขึ้นอีกทางหนึ่งได้ด้วย อาหารบำรุงหัวใจ จะมีอะไรบ้างนั้น มาติดตามต่อกันได้เลย   • เมนูปลา   โดยเฉพาะปลาทะเล เช่น ปลาทู ปลาทูน่า ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน ควรกินอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพราะน้ำมันจากปลาทะเล...

5 ผักผลไม้ ที่ทานทั้งเปลือกเเล้วมีประโยชน์

5 ผักผลไม้ ที่ทานทั้งเปลือกเเล้วมีประโยชน์   ผักผลไม้หลายชนิดที่เราตั้งใจทานเพื่อให้ได้วิตามิน และเกลือแร่ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ดันไม่รู้ตัวว่าได้ทำลายเอาสิ่งดีๆ มีประโยชน์ที่ธรรมชาติให้มาออกไปหมด ด้วยการ “ปอกเปลือก” ทิ้งไปนั่นเอง มีผักผลไม้ชนิดใดที่เราควรทานทั้งเปลือกบ้าง มาดูกันค่ะ   • ฝรั่ง   ฝรั่งเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง และที่เปลือกของฝรั่งก็เป็นแหล่งที่มีวิตามินดีๆ อยู่มากเช่นกัน ดังนั้นถ้าทานฝรั่งทั้งเปลือกได้ ก็จะทำให้เราได้รับวิตามินที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายได้มากขึ้นเช่นกัน   • แครอท   แครอทมีเบต้าแคโรทีนสูง และมีอยู่มากที่เปลือกเสียด้วยสิ หากเป็นแครอทหัวใหญ่ที่ผิวอาจจะหนา หรือไม่สวยงามน่าทานมากนัก บางคนอาจไม่อยากทานทั้งเปลือก แต่ถ้าหากเป็นเบบี้แครอท หรือแครอทอ่อนๆ หัวเล็กๆ ทานได้ทั้งเปลือกได้เลย   • แตงกวา   หลายคนชอบทานแตงกวาแบบปอกเปลือกเช่นกัน จริงๆ...

“ออกกำลังกาย” แล้วน้ำหนักลด แต่ “ไขมัน” ไม่ลด ทำอย่างไรดี?

"ออกกำลังกาย" แล้วน้ำหนักลด แต่ "ไขมัน" ไม่ลด ทำอย่างไรดี?   เป้าหมายของการมีรูปร่างที่ดีนั้น แต่ละคนมีเป้าหมายที่ต่างกัน บางคนต้องการลดไขมันและเพิ่มกล้ามเนื้อให้รูปร่างดูดีสมส่วนแบบนักเพาะกาย หรือนายแบบและนางแบบ ทำให้หลายคนพบว่า หลังเข้าคอร์สดูแลรูปร่าง  น้ำหนักกลับเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม แต่มีรูปร่างที่ดีขึ้น จนเสมือนว่าผอมลง เพราะมีมวลกล้ามเนื้อเข้ามาแทนที่มวลไขมันที่หายไป แต่สำหรับบางคนนั้น  ต้องการลดเพียงแค่มวลไขมันเท่านั้นสิ่งเหล่านี้จึงควรปรึกษาแพทย์เพราะภายในร่างกายของแต่ละคนมีความเฉพาะเจาะจงนั่นเอง     กินให้น้อยลงหรืออดอาหาร ทำให้ไขมันลดลงได้เร็ว?     ขณะที่เราออกกำลังกาย ร่างกายจะเลือกใช้พลังงานพร้อมใช้ (Dietary Fuel) ที่ได้จากการที่เรารับประทานอาหารก่อน เมื่อหมดลงจึงจะปรับมาใช้พลังงานที่สะสมไว้ (Body Fuel) ได้แก่ โปรตีนในกล้ามเนื้อ และไขมันสะสมเป็นลำดับถัดไป   การจำกัดอาหารอย่างไม่ถูกวิธี หรืออดอาหาร แล้วไปออกกำลังกายอย่างหนัก ในช่วงแรก ไขมันจะลดลง แต่กล้ามเนื้อก็จะหายไปด้วยเป็นเพราะร่างกายไม่มีสารอาหารเพียงพอที่จะไปซ่อมแซมกล้ามเนื้อที่สลายออกไป การเผาผลาญไขมันโดยให้เกิดการสูญเสียกล้ามเนื้อน้อยที่สุด คือ ควรมีการออกกำลังกายที่เพิ่มแรงต้านให้กล้ามเนื้อแบบ weight training (การออกกำลังกายโดยใช้แรงของกล้ามเนื้อในการยกอุปกรณ์ หรือออกแรงต้านน้ำหนักตัวเองโดยไม่มีอุปกรณ์ ) และทำควบคู่กับออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน เพื่อช่วยสลายไขมันส่วนเกิน แต่ควรทำร่วมกับการควบคุมปริมาณอาหารให้เหมาะสม ไม่ควรงดไปบางมื้อโดยเฉพาะมื้อเช้า  โดยหลักการง่ายๆ ของการคุมอาหารคือ   • งดน้ำตาล เครื่องดื่มที่มีน้ำตาล และของหวาน • ลดการทานแป้งขัดขาว • ทานผักใบ 40-50% ของมื้ออาหาร • คุมปริมาณไขมันที่ทานในแต่ละวัน เน้นทานไขมันดี • ทานโปรตีนที่ดี เช่น อกไก่ ปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมันอื่นๆ และลดโปรตีนแปรรูป เช่น แหนม กุนเชียง ไส้กรอก แฮม   เลี่ยงการยกเวทในผู้หญิง เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อโตแบบสาวเพาะกาย?     การที่กล้ามเนื้อจะเพิ่มขึ้นมาได้ขนาดนั้น เราต้องออกแรงจนกล้ามเนื้อเกือบรับไม่ไหว เพื่อให้กล้ามเนื้อสร้างตัวเองเพิ่มขึ้น โดยต้องมีสารอาหารและการพักผ่อนที่เหมาะสมด้วย แต่สำหรับการยกเวทเบาๆ หรือการออกกำลังกายชนิดใช้แรงต้าน จะช่วยคงไว้ซึ่งกล้ามเนื้อของเรา ไม่ให้หายไปขณะออกกำลังกายนั่นเอง รางวัลของคนที่ชอบเพิ่มกล้ามเนื้อ คือ ทุกๆ 0.5 กิโลกรัมของมวลกล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้นจะช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงานได้ถึง 40-50 kcal ต่อวัน และถ้าหากออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอเสริมด้วย ร่างกายจะใช้พลังงานพร้อมใช้ (Dietary Fuel) ไปจนหมดในช่วงครึ่งชั่วโมงแรกของการออกกำลังกายและจะดึงเอาไขมันสะสมมาใช้เป็นพลังงานแทนหลังจากที่พลังงานส่วนแรกหมดลง เพื่อชดเชยและซ่อมแซมกล้ามเนื้อ ที่ใช้ขณะออกกำลังกาย

เม็ดแมงลัก vs เมล็ดเจีย ต่างกันตรงไหน?

เม็ดแมงลัก vs เมล็ดเจีย ต่างกันตรงไหน?   เมล็ดเจียและเม็ดแมงลักต่างเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่มีสรรพคุณล้น เด่นมาก ๆ ก็ในเรื่องช่วยลดน้ำหนัก จนถึงกับมีคำถามมาว่าเม็ดแมงลักกับเมล็ดเจียต่างกันยังไง ซึ่งวันนี้เราจะมาแยกความแตกต่างและความเหมือนระหว่างเม็ดแมงลัก VS เมล็ดเจียกัน   ลักษณะของเมล็ดเจียกับเม็ดแมงลัก   เม็ดแมงลัก     เมล็ดเจีย     ต่างกันอย่างไร   หลายคนสับสนว่าเม็ดแมงลักเหมือนกับเมล็ดเจีย แต่จริง ๆ แล้วเป็นธัญพืชคนละชนิดกันเลยค่ะ โดยสามารถสังเกตลักษณะของเมล็ดง่าย ๆ ตรงที่เมล็ดเจียจะมีลักษณะรี มีสีน้ำตาลเทา มีลวดลายเล็กน้อย ส่วนแมงลักจะมีลักษณะรี แต่สีดำเข้ม และถ้านำไปแช่น้ำแล้วจะพบว่าเมล็ดเจียจะพองตัวเป็นลักษณะเม็ดใส แต่เม็ดแมงลักจะพองตัวในลักษณะเม็ดมีเมือกสีขาวขุ่น   วิธีกินเมล็ดเจีย VS วิธีกินเม็ดแมงลัก             ไม่ว่าจะเป็นเม็ดแมงลักหรือเมล็ดเจีย ก่อนรับประทานควรต้องแช่น้ำจนธัญพืชนั้น ๆ...

4 ผลไม้หน้าฝน ช่วยลดน้ำหนักและช่วยให้ผิวสวย

4 ผลไม้หน้าฝน ช่วยลดน้ำหนักและช่วยให้ผิวสวย   3 คุณสมบัติของผลไม้ที่ควรทานในหน้าฝน        1. มีน้ำเป็นส่วนประกอบมาก ถึงอากาศจะชื้นแต่เป็นคนละอย่างกับความชื้นในร่างกายนะคะ การเติมน้ำจากภายในจึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะช่วยให้ร่างกายกำจัดของเสียได้ดี และทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื่นอยู่เสมอค่ะ      2. ไม่หวานจัด เพราะหน้าฝนมักจะมีโอกาสเจ็บคอไม่สบายอยู่แล้ว ในศาสตร์การแพทย์แผนโบราณเชื่อว่าน้ำตาลจะทำให้ร้อนใน เจ็บคอง่าย และในศาสตร์แพทย์แผนปัจจุบันก็มีการพิสูจน์แล้วว่าการทานน้ำตาลมากเกินไปจะทำให้ผิวอักเสบง่ายค่ะ      3. เก็บได้นาน เพราะอากาศชื้นทำให้แบคทีเรียเจริญเติบโตได้ดี เสี่ยงต่อการเน่าเสีย จึงควรเลือกผลไม้ที่เก็บได้นานสักนิด หรือซื้อมาเก็บไว้แต่น้อย เพื่อจะได้ทานผลไม้ที่มีคุณค่าอย่างเต็มเปี่ยมค่ะ     • กล้วยน้ำว้า    โชคดีของสาวไทยที่หาทานกล้วยน้ำว้าง่ายสุดๆ ในกล้วยน้ำว้ามีโพแทสเซียมสูง ช่วยปรับสมดุลกรด-ด่างในร่างกายได้ดีเยี่ยม ช่วยลดอาการบวมน้ำในร่างกาย...

4 ผลไม้ ช่วยให้เผาผลาญ เเละขับถ่ายได้ดี!

4 ผลไม้  ช่วยให้เผาผลาญ เเละขับถ่ายได้ดี!   อยากผอมไว อยากลดน้ำหนักได้เร็ว นอกจากการออกกำลังกายจะช่วยเบิร์นได้ดีแล้ว เรื่องการกินอาหารที่ช่วยเพิ่มการเผาผลาญให้มากขึ้น ก็ช่วยให้ผอมได้ไวขึ้นเช่นกันนะคะสาวๆ ซึ่งใครที่ระบบเผาผลาญไม่ดี หรืออยากเผาผลาญได้ดีขึ้น วันนี้เราก็มี 4 ผลไม้ ที่ดีต่อการลดน้ำหนัก ช่วยให้เผาผลาญได้ดีขึ้นมาฝากกันค่า   1. แอปเปิล   แอปเปิลเป็นผลไม้ที่อุดมด้วยน้ำและสารที่ชื่อว่าเพคตินค่ะ ซึ่งเพคตินนั้นมีประโยชน์ต่อสาวๆ ที่กำลังลดน้ำหนักสุดๆ เพราะช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานดีขึ้นและลดอาการท้องผูกได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญเพคติน ที่พบในแอปเปิลนั้น จะเป็นใยอาหารชนิดที่สามารถละลายน้ำได้ และช่วยให้รู้สึกอิ่มท้องนานขึ้นอีกด้วยนะคะ   2.  เลมอน   เลมอน ถือเป็นผลไม้ที่เราควรกินให้ได้ทุกวัน! เพราะตัวน้ำเลมอนช่วยเพิ่มการเผาผลาญและเบิร์นไขมันได้ดีมากๆ เลยล่ะค่า ซึ่งถ้าเราดื่มน้ำอุ่นผสมน้ำเลมอนทุกเช้า...

Must Read

- Advertisement -