Work from Home ช่วง COVID-19 อย่างไร ให้มีความสุข

0
918

Work from Home ช่วง COVID-19 อย่างไร ให้มีความสุข

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่าภาวะการแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของเราหลายๆ คน แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป งานที่ยังไม่เสร็จคงต้องเป็นเราเป็นผู้สำเร็จ และเพื่อลดผลกระทบจากภาวะดังกล่าว หลายบริษัทจึงมีนโยบาย Work from home เราจึงขอนำเสนอ Tips ที่ควรรู้สำหรับคนที่ต้องหันมาทำงานที่บ้านที่คิดมาสำหรับพนักงานทุกระดับและทุกแผนกมาให้ทุกคนได้ลองปรับใช้กันค่ะ

 

• ตกแต่งตำแหน่งทำงานให้น่า “นั่ง” ยาวๆ

 

หลายคนคิดว่าการนั่งทำงานที่บ้านคือทำงานตรงไหนก็ได้ของบ้านที่เรารู้สึกสบาย แต่อันที่จริงแล้ว ยิ่งที่ที่ทำให้เราสบายที่สุด มักจะเป็นที่ที่บั่นทอนความขยันของเรามากที่สุด วิธีที่ดีสำหรับการทำงานที่บ้านคือการจัดที่นั่งทำงานให้กลายเป็นที่นั่งทำงานอย่างจริงจังและแยกออกจากพื้นที่หย่อนใจภายในบ้าน การแยกพื้นที่จะช่วยให้เรามีสมาธิอยู่กับสิ่งที่ทำมากขึ้น

 

• กำหนดตารางเวลาของวันให้ชัด และอย่าลืมช่วงพักเบรก

 

หลายคนคิดว่าการทำงานที่บ้านคนเดียว อาจทำให้เรามีอิสระที่จะทำงานตอนไหนของวันก็ได้ แต่อันที่จริงแล้ว เราจำเป็นต้องกำหนดตารางเวลาการทำงานให้ชัดกว่าเดิม เพราะบรรยากาศการทำงานที่บ้านจะนิ่งกว่าการทำงานร่วมกันในสำนักงาน ทำให้หลายคนหลงลืมกำหนดเวลาที่เหมาะสม เราอาจใช้เครื่องมืออย่าง Schedule หรือ Reminder กำหนดช่วงเวลาทำงานให้เหมือนกับตอนอยู่สำนักงาน อีกทั้งการอยู่ในกรอบเวลา จะช่วยให้เรามีสมาธิและเป้าหมายซึ่งช่วยให้เราผลิตชิ้นงานออกมาได้

อีกเรื่องที่คำนึงไว้ด้วยคือ เวลาพัก เนื่องจากการ Work from home ส่วนใหญ่ เราจะทำงานคนเดียวที่บ้านซึ่งบรรยากาศจะไม่เปลี่ยนมากนัก แม้จะเป็นเวลาพักเที่ยงก็มีโอกาสที่เผลอจะทำงานอย่างไหลลื่นจนลืมมื้อเที่ยงจนได้ การกำหนดช่วงเวลาพักในตารางเวลาของวันจะช่วยให้เราได้หยุดพักทั้งร่างกายและสมองจนสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพอีกครั้ง อาจจะลองกำหนดเวลาพักเป็นช่วงเที่ยงตรงและบ่ายสามโมงของวันดูก็ได้

 

 

• สื่อสารให้มากขึ้นและชัดเจนกว่าปกติ

 

สาเหตุหนึ่งที่การทำงานที่บ้านของหลายองค์กรไม่เวิร์คคือ การสื่อสารที่น้อยเกินไป เนื่องจากการทำงานที่บ้าน เราไม่มีโอกาสพบปะเห็นหน้าเพื่อนร่วมงานบางคนทำให้เราไม่อาจถ่ายทอดสารได้เต็มที่ ดังนั้น เราต้องตระหนักว่าควรสื่อสารกับทีม “ให้มากกว่าปกติ” โดยเฉพาะกับคนที่ควรจะรู้เรื่องเกี่ยวกับเรา รู้ว่าเราทำงานส่วนไหนอยู่ งานของเราติดขัดอะไร งานของเราชิ้นใดที่เสร็จแล้ว ชิ้นใดที่ต้องการความคืบหน้าจากคนอื่น หรือหากต้องลาพัก เราจะลาพักวันไหน เป็นเวลากี่วัน

 

• คุยกับคนที่บ้านให้เข้าใจว่าเราต้องทำงาน

 

เชื่อว่าหลายคนที่ต้องหันมาทำงานที่บ้านช่วงนี้ อาจอาศัยอยู่กับครอบครัวที่มีลูกหลานหรือญาติผู้ใหญ่ด้วย เราจำเป็นต้องตกลงกับคนที่บ้านว่า เราพร้อมจะทำอะไรให้กับคนที่บ้านในช่วงไหนของวัน โดยให้ยึดตารางการทำงานเหมือนกับเวลาที่เราทำงานในสำนักงาน เพื่อลดการรบกวนซึ่งบั่นทอนประสิทธิภาพของเรา ทั้งนี้ หากคนที่บ้านเข้าใจความสำคัญและสภาวะที่เราเป็นอยู่ตอนนี้ ก็อาจกลายเป็นผู้สนับสนุนที่ทำให้การ Work from home ของเรามีประสิทธิภาพและมีความสุขมากขึ้นทีเดียว

 

• เตรียมอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์ให้พร้อม

 

อีกข้อหนึ่งที่หลายคนละเลยคือการเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ให้พร้อมใช้งานตามขอบเขตงานของเรา โดยเฉพาะทีมที่มีโอกาสต้องติดต่องานกับบุคคลภายนอกและมักใช้ห้องประชุมเป็นที่ติดต่อหลัก แล้วต้องเปลี่ยนมาใช้ Online Communication Platform (เช่น Zoom, Google Hangout ฯลฯ) แทน ก็ต้องมีการทดสอบความพร้อมของอุปกรณ์และเครือข่ายด้วยทั้งในแง่ความสะดวกและความปลอดภัยของระบบตามมาตรฐานก่อนที่จะใช้งานจริง

 

• คิดบวกไว้ดีกว่า หาโอกาสพัฒนาตัวเองจากความเปลี่ยนแปลง

 

การทำงานที่บ้านอาจเกิดความขลุกขลักจากการเปลี่ยนแปลงที่ต้องเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน แต่ในขณะเดียวกันก็มีข้อดีไม่น้อย ทั้งการได้อยู่ในสภาพแวดล้อมการทำงานที่ไม่คุ้นเคย หลายคนมีโอกาสหันมาจัดบ้านใหม่ให้เหมาะสมกับที่ต้องอยู่ทั้งวันมากขึ้น การไม่ต้องเดินทางเองก็ทำให้เรามีเวลามากขึ้น เราสามารถเอาเวลาไปอ่านหนังสือ ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม

 

• ออกกำลังกายบ้างนะ !!

 

อยู่บ้านถ้าไม่ได้ขยับไปไหนคงอ้วนเเน่นอน ลองให้เวลาซัก 1-2 ชั่วโมงเพื่ออกกำลังกายกันดีกว่า เพื่อสุขภาพที่ดีของเรา เเละไม่ทำให้เราไม่ขี้เกียจ หลังจากเมื่อล้าจากการทำงานก็อย่าลืมยืดเส้นยืดสายบ้างนะคะ