ปั่นจักรยานช้าหรือปั่นเร็วอันไหนเผาผลาญไขมันได้มากกว่า

 

การปั่นจักรยานถือเป็นการออกกำลังกายแบบพื้นฐานที่ทำได้ง่าย ทำได้บ่อย แค่มีจักรยานสักคันแบบไหนก็ได้ ก็ออกกำลังได้แล้ว ช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกิน ช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง ทำให้นอนหลับได้สนิท และช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคอื่นๆมากมาย

 

การปั่นจักรยานงสามารถทำได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งการปั่นจักรยานเพื่อการแข่งขัน การปั่นจักรยานเพื่อการออกกำลังกาย และการปั่นจักรยานเพื่อการลดน้ำหนัก ซึ่งแน่นอนในทุกรูปแบบของการการปั่นจักรยานเราจะได้เผาผลาญพลังงาน น้ำ กล้ามเนื้อ และไขมันออกไป โดยปริมาณการเผาผลาญนั้นจะมากหรือน้อยจะขึ้นอยู่กับความเร็วในการปั่นจักรยาน น้ำหนักตัว เพศ อายุ และระยะทางที่การปั่นจักรยานนั่นเอง

การปั่นจักรยานควรเริ่มต้นอย่างช้าๆ

 

มีข้อแนะนำสำหรับผู้เริ่มปั่นจักรยานใหม่ๆและคนที่ไม่ได้ออกกำลังเป็นประจำว่า ควรเริ่มปั่นจักรยานอย่างช้าๆ แล้วเพิ่มความเร็วขึ้น (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความฟิตของแต่ละบุคคลด้วย) และเมื่อร่างกายฟิตขึ้นจึงค่อยๆเพิ่มความเร็วขึ้น อย่างไรก็ดีเพื่อเป็นการป้องกันอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ ควรเริ่มด้วยการปั่นจักรยานแบบช้าๆทุกครั้ง เพื่อเป็นการอบอุ่นร่างกาย และ เตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนการใช้งาน

 

ความเร็วกับน้ำหนักตัวส่งผลกับการเผาผลาญพลังงาน

 

การเผาผลาญพลังงานที่ได้จากการปั่นจักรยานนั้น จะมากหรือน้อยจะขึ้นอยู่กับความเร็วที่ปั่นจักรยาน ระยะทาง และน้ำหนักตัวของผู้ปั่นจักรยานด้วย คนที่มีน้ำหนักตัวมากจะใช้พลังงานมากกว่าคนที่มีน้ำหนักตัวน้อย เพราะต้องใช้พลังงานในการเคลื่อนไหวร่างกายที่ใหญ่กว่านั่นเอง

 

 

การเผาผลาญพลังงานและไขมันในขณะปั่นจักรยาน

 

อย่างที่บอกการเผาผลาญพลังงานของร่างกายไม่ได้ใช้การเผาผลาญพลังงานจากแป้งในกล้ามเนื้อ(ไกลโคเจน) หรือไขมันอย่างใดอย่างนึงเพียงอย่างเดียว แต่ร่างกายจะใช้พลังงานจากทั้งสองแหล่งในปริมาณที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับระยะเวลาและกิจกรรมการออกกำลังกาย

ตอนเริ่มปั่นจักรยานร่างกายจะใช้พลังงานจากแป้งในกล้ามเนื้อ(ไกลโคเจน) เป็นพลังงานต้น จากนั้นเมื่อการหายใจเป็นปรกติและมีออกซิเจนเพียงพอ (การปั่นจักรยานแบบช้าๆจะหายใจได้เป็นปรกติหายใจได้เต็มที่) หรือที่เรียกว่า การออกกำลังกายแบบใช้ออกซิเจน (Aerobic Exercise) ร่างกายจะค่อยๆใช้พลังงานจากไขมันในปริมาณที่มากขึ้น ซึ่งกลไกนี้อาจใช้เวลาไม่น้อยกว่า 30 นาที

ในขณะที่การปั่นจักรยานเร็วๆจะทำให้เราหายใจเอาออกซิเจนเข้าสู่กระแสเลือดต่ำกว่า ช่วงหายใจสั้นกว่า หรือเรียกว่าการออกกำลังกายโดยไม่ใช้ออกซิเจน (Anaerobic Exercise) เมื่อออกซิเจนไม่เพียงพอที่จะทำให้กระบวนการเผาผลาญไขมันทำได้ทันการใช้งาน ร่างกายจึงใช้พลังงานจาก กล้ามเนื้อ(ไกลโคเจน) สูงกว่า

 

ปั่นจักรยานช้าหรือเร็วอันไหนได้ผลมากกว่า

 

มาถึงตรงนี้ต้องมองว่าเป้าหมายของผู้ปั่นจักรยานต้องการสิ่งไหนมากกว่ากัน หากต้องการลดไขมันในร่างกายก็ควรปั่นจักรยานช้าๆเพื่อให้ร่างกายได้เผาผลาญเอาไขมันมาใช้ได้มากกว่า (แต่ต้องใช้เวลาให้มากพอ) แต่ถ้ามองถึงเรื่องกล้ามเนื้อและความฟิตของร่างกาย การปั่นจักรยานเร็วๆก็จะตอบโจทย์ได้มากกว่า

 

จากเหตุผลดังกล่าวผู้รู้ส่วนใหญ่จึงนำเอาข้อดีของทั้งสองการปั่นจักรยานมาแนะนำ  คือการฝึกแบบปั่นจักรยานช้าสลับเร็ว (Interval training) เพื่อให้ร่างกายได้ทั้งการเผาผลาญไขมัน และได้ความฟิตของร่างกายไปพร้อมๆกัน